จริงหรือเรียนไม่เก่ง=อนาคตไม่มี

   ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการศึกษาไทยต้องมาคู่กับการวัดผลเสมอ แต่การวัดผลที่ดีนั้นควรเป็นอย่างไร?  นี่คือคำถามข้อสงสัยจากนักเรียนที่ต้องเข้าห้องสอบทุกครั้ง

   ในปัจจุบันมีนักเรียนหลายคนพยายามทุ่มเทเพื่อพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอในเรื่องของการเรียน ด้วยความตั้งใจและคาดหวังว่าจะมีผลการเรียนที่ดี แต่ก็มีนักเรียนอีกหลายคนในจำนวนไม่น้อยที่อาจจะไม่มีความสามารถในด้านการเรียนหรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “เด็กเรียนเก่งและเด็กเรียนไม่เก่ง” สองคำนี้ถือเป็นคำพูดยอดฮิตสำหรับใครหลายๆคน

 

   คุณรู้หรือไม่ครับ ที่จริงแล้วมนุษย์อย่างเราสามารถมีความสามารถได้มากกว่าการเรียนมากถึง 9 ด้านเลยทีเดียว โดยทฤษฎีนี้อ้างอิงจากนักจิตวิทยาท่านหนึ่งชื่อ Howard Gardner เขาได้กล่าวไว้ว่า “ไม่มีสมองใครถูกออกแบบมาให้โง่” ทฤษฎีนี้มีชื่อเรียกว่า “พหุปัญญา” โดยแรกเริ่มทฤษฎีนี้มีเพียง 7 ด้านแต่ในปัจจุบันมีการเพิ่มเติมให้มีมากถึง 9 ด้าน ดังนี้

  1. ความสามารถทางด้านภาษา
  2. ความสามารถด้านการคำนวน
  3. ความสามารถด้านดนตรี
  4. ความสามารถในด้านความคิดสร้างสรรค์
  5. ความสามารถด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย
  6. ความสามารถของด้านการเป็นผู้นำ
  7. ความสามารถในการเป็นที่ปรึกษา
  8. ความสามารถในด้านธรรมชาติ
  9. ความสามารถในด้านความคิดไตร่ตรอง

   ถ้าหากได้ตั้งใจคิดตามความสามารถพิเศษทั้ง 9 ด้านนี้จะสังเกตได้เลยว่าทุกคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้จะต้องมีความสามารถอย่างน้อย 1 ด้านขึ้นไปจาก 9 ด้านที่กล่าวมา ทฤษฎีนี้ถือว่าเป็นทฤษฎีที่มีประโยชน์มากอีกหนึ่งทฤษฎีแต่หลายๆคนอาจจะมองข้ามไปหรือหลายคนอาจจะไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ

   หลายคนเลือกที่จะตัดสินคนอื่นจากผลการเรียนเพียงอย่างเดียว คิดว่าโลกนี้มีแค่คนเรียนเก่งและเรียนไม่เก่งเท่านั้น

 

   ผมเชื่อในคำพูดหนึ่งครับ เด็กบางคนไม่ได้ถนัดในเรื่องวิชาการก็จริง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่เก่ง ไม่ใช่เขาไม่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต เขามีสิทธิประสบความสำเร็จเท่าเทียมกันกับทุกคน ตราบใดที่เขายังมีสิ่งที่รักและศรัทธาในสิ่งนั้น สามารถทำสิ่งนั้นให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและตนเองได้ นั่นคือตัวเขาประสบความสำเร็จไปหนึ่งขั้นแล้วครับ หน้าที่ของผู้ใหญ่อย่างเราก็คือช่วยสนับสนุนและคอยให้คำแนะนำ เป็นให้กำลังใจให้พวกเขาเสมอ 


   สุดท้ายนี้ผมขอให้เด็กไทยทุกคนพบเจอกับอนาคตของตัวเองและกล้าที่จะพูดได้อย่างเต็มปากว่า "อนาคตฉันอยากเป็นอะไร" แล้วพบกันในบทความหน้า สวัสดีครับ



นัฐวุฒิ พริบไหว

(บก.ข่าวสารการศึกษา)

FB Nattawut Pribwai


Write a comment

Comments: 2
  • #1

    วรุตม์ (Thursday, 01 February 2018 08:04)

    อ่านแล้วเห็นภาพตัวเองเลยครับ ขอบคุณมากครับสำหรับบทความดีๆ

  • #2

    สิริพร (Thursday, 01 February 2018 08:12)

    แล้วถ้าพ่อแม่บังคับให้เราเป็นในสิ่งที่เราไม่อยากเป็นละ บางครั้งก็อยากมีอิสระบ้างเห้อๆๆๆ